DMCL33 ไดรเวอร์สเต็ปเปอร์มอเตอร์ Hanpose Closed-loop Step Motor CL86 Driver

฿2,890.00

สั่งจองสินค้าได้

คำอธิบาย

ไดรเวอร์มอเตอร์สเต็ปเปอร์ 2 เฟสระบบ Closed Loop รับสัญญาณ Encoder เพื่อตรวจสอบตำแหน่ง ลดปัญหามอเตอร์หลุดสเต็ป และเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมเครื่องจักร

คุณสมบัติเด่น

  • รองรับมอเตอร์ Closed Loop NEMA34
  • รับสัญญาณ Encoder Feedback
  • กระแสขับปรับได้สูงสุด 8A
  • รองรับ Pulse/Direction และ CW/CCW

สเปกสินค้า (Specifications)

  • ยี่ห้อ: HANPOSE
  • รุ่น: CL86
  • ประเภท: Closed Loop Stepper Motor Driver
  • มอเตอร์ที่รองรับ: NEMA34 แบบ 2 เฟส พร้อม Encoder
  • มุมสเต็ปมอเตอร์: 1.8°
  • แรงดันไฟเข้า: 18–110VDC
  • กระแสขับ: ปรับได้สูงสุด 8A
  • กระแสมอเตอร์ที่ระบุ: 1.7A
  • ความละเอียด Microstep: สูงสุด 51,200 Pulse/รอบ
  • ความถี่ Pulse สูงสุด: 200kHz
  • สัญญาณควบคุม: PUL, DIR และ ENA
  • พอร์ตสื่อสาร: RS232
  • น้ำหนัก: ประมาณ 450g

อินเตอร์เฟซและการเดินสาย Interface and wiring

มีวิธีการเชื่อมต่อสัญญาณอินพุต 2 วิธี ได้แก่ การเชื่อมต่อแบบขั้วบวก (Common-anode) และ การเชื่อมต่อแบบขั้วลบ (Common-cathode) โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ตามความต้องการ

  • PUL (Pulse Signal): สัญญาณพัลส์สามารถใช้แรงดันไฟฟ้าระหว่าง 3.3V ถึง 24V ได้ การทำงานจะมีผลเมื่อสัญญาณเปลี่ยนจาก สูงไปต่ำ และต้องมีความกว้างของพัลส์ไม่น้อยกว่า 2.5 ไมโครวินาที (uS)
  • DIR (Directional Signal): สัญญาณทิศทางสามารถใช้แรงดันไฟฟ้าระหว่าง 3.3V ถึง 24V เพื่อเปลี่ยนทิศทางการหมุนของมอเตอร์ การทำงานจะมีผลเมื่อสัญญาณเปลี่ยนจาก สูงไปต่ำ และต้องมีความกว้างของพัลส์ไม่น้อยกว่า 2.5 ไมโครวินาที (uS)
  • EN (Enable Signal): สัญญาณเปิดใช้งานสามารถใช้แรงดันไฟฟ้าระหว่าง 3.3V ถึง 24V โดยเมื่อสัญญาณเป็น ระดับต่ำ (Low Level) ระบบจะ ปิดกระแสของขดลวดมอเตอร์ ทำให้มอเตอร์อยู่ในสถานะอิสระ และล้างสัญญาณแจ้งเตือน (Alarm Signal)

Wiring Dimension

Dip Switch Setting

 

ข้อกำหนดในการเดินสายไฟ

  1. ป้องกันสัญญาณรบกวน – ควรใช้สายสัญญาณแบบมีชิลด์ (Shielding Cable) สำหรับสัญญาณควบคุม
  2. การแยกสายสัญญาณ –สายสัญญาณพัลส์ (Pulse) และ สายมอเตอร์ แยกเป็นคนละชุดหรือไม่ควรให้อยู่ใกล้กัน เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนจากมอเตอร์ที่อาจส่งผลให้ตำแหน่งของมอเตอร์ผิดพลาด และทำให้ระบบไม่เสถียร
  3. ห้ามถอดขั้วจ่ายไฟของไดรฟ์ขณะใช้งาน – เมื่อมอเตอร์หยุดทำงาน ยังมีกระแสไฟไหลผ่านขดลวด หากถอดขั้วจ่ายไฟทันที อาจเกิดแรงดันย้อนกลับสูง (Instantaneous Induced EMF) ซึ่งอาจทำให้ไดรฟ์เสียหายได้
  4. ห้ามใช้ตะกั่วบัดกรีที่ปลายสายไฟก่อนเข้าขั้วต่อ – การใช้ตะกั่วบัดกรีอาจทำให้เกิด ความต้านทานสัมผัสสูง ซึ่งอาจทำให้ขั้วต่อเสียหาย

การนำไปใช้งาน

  • เครื่อง CNC Router
  • เครื่องเลเซอร์และเครื่องแกะสลัก
  • เครื่องบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ
  • เครื่องพิมพ์และเครื่องตัดอัตโนมัติ
  • เครื่องหยิบจับชิ้นงาน (Pick & Place)
  • ระบบสายพานลำเลียง
  • เครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ใช้มอเตอร์ NEMA23 Closed-Loop
  • ระบบ Motion Control และ Automation

ในชุดประกอบด้วย

  • ไดรเวอร์สเต็ปเปอร์มอเตอร์ Hanpose CL86 จำนวน 1 ตัว

ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

อาการ สาเหตุที่เป็นไปได้ วิธีแก้ไข
มอเตอร์ไม่หมุน ไม่มีไฟเลี้ยงเข้าระบบ ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟให้อยู่ในช่วงแรงดันที่กำหนด
ไดรเวอร์อยู่ในสถานะป้องกัน (Protection) ตรวจสอบและแก้ไขสาเหตุของความผิดปกติ จากนั้นรีสตาร์ทไดรเวอร์
สัญญาณ Enable (ENA) อยู่ในระดับต่ำหรือไม่ได้ต่อสาย ตรวจสอบและเชื่อมต่อสัญญาณ Enable ให้ถูกต้อง
ปัญหาที่สัญญาณควบคุม (Pulse/Direction) ตรวจสอบความถี่และความกว้างของสัญญาณควบคุม หากเริ่มต้นที่ความเร็วสูงเกินไป ควรใช้การเร่งความเร็ว (Acceleration) อย่างเหมาะสม
มอเตอร์หมุนผิดทิศทาง ต่อสายเฟสมอเตอร์ผิด สลับสายของเฟสเดียวกัน เช่น A+ กับ A− หรือ B+ กับ B−
สายมอเตอร์ขาดหรือวงจรเปิด ตรวจสอบสายมอเตอร์และแก้ไขการเชื่อมต่อ
ไฟ Alarm ติดค้าง ต่อสายมอเตอร์ผิด ตรวจสอบการเดินสายมอเตอร์
แรงดันไฟฟ้าสูงเกินไป หรืออุณหภูมิสูงเกินกำหนด ตรวจสอบแรงดันไฟเลี้ยง และปล่อยให้ไดรเวอร์เย็นลงก่อนใช้งาน
มอเตอร์หรือไดรเวอร์เสียหาย เปลี่ยนมอเตอร์หรือไดรเวอร์ใหม่
ตำแหน่งคลาดเคลื่อน (Position Error) สัญญาณรบกวน (Noise) ลดสัญญาณรบกวน ใช้สาย Shield และต่อกราวด์ให้ถูกต้อง
ต่อสายกราวด์ไม่ถูกต้อง หรือไม่มีกราวด์ ติดตั้งระบบกราวด์ที่มีประสิทธิภาพ
มอเตอร์สะดุด หยุดหมุน หรือสูญเสียสเต็ป (Lost Step) ตั้งค่า Microstep (Subdivision) ไม่ถูกต้อง ตั้งค่า Microstep ให้เหมาะสม
สัญญาณควบคุมไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ตรวจสอบ Timing ของสัญญาณ Pulse และ Direction
แรงบิดมอเตอร์ไม่เพียงพอ เลือกใช้มอเตอร์ที่มีแรงบิดสูงขึ้น
แรงดันไฟเลี้ยงต่ำ หรือกระแสไม่เพียงพอ เพิ่มแรงดันไฟเลี้ยง หรือปรับค่ากระแสของไดรเวอร์ให้สูงขึ้น

ขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น

  1. ตรวจสอบไฟเลี้ยงของไดรเวอร์
  2. ตรวจสอบการต่อสายมอเตอร์ (A+, A−, B+, B−)
  3. ตรวจสอบสัญญาณ PUL, DIR และ ENA
  4. ตรวจสอบการต่อกราวด์และสาย Shield
  5. หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ ให้ทดลองเปลี่ยนมอเตอร์หรือไดรเวอร์เพื่อแยกหาสาเหตุของปัญหา

คำแนะนำ: ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการต่อสายมอเตอร์ผิด การตั้งค่ากระแสไม่เหมาะสม หรือการเร่งความเร็วสูงเกินไปในขณะเริ่มหมุน ซึ่งควรตรวจสอบ 3 จุดนี้เป็นอันดับแรกก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่.

คู่มือวิเคราะห์สถานะไฟ LED ของไดรเวอร์มอเตอร์

ไฟแสดงสถานะ (LED Indicator) บนไดรเวอร์มอเตอร์สามารถใช้ตรวจสอบสภาวะการทำงานและวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

สถานะไฟ LED ความหมาย สถานะมอเตอร์
🟢 ไฟสีเขียวกระพริบ ไดรเวอร์ทำงานปกติ แต่ยังไม่ได้รับสัญญาณพัลส์ (No Pulse Signal) มอเตอร์หยุดทำงาน (Motor Stop)
🟢 ไฟสีเขียวสว่างค้าง ไดรเวอร์ได้รับสัญญาณพัลส์และกำลังสั่งงานมอเตอร์ มอเตอร์กำลังหมุน (Motor Running)
🟢 1 ครั้ง + 🔴 กระพริบตามจำนวนครั้ง

รหัสแจ้งเตือน (Alarm Code)

เมื่อไฟสีเขียวกระพริบ 1 ครั้ง สลับกับไฟสีแดงกระพริบ ให้สังเกตจำนวนครั้งของไฟสีแดงเพื่อระบุสาเหตุของปัญหา

จำนวนครั้งไฟแดง Alarm Code สาเหตุ
🔴 1 ครั้ง Over Current / Short Circuit กระแสไฟเกิน หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
🔴 2 ครั้ง Open Motor Phase ไม่พบการเชื่อมต่อมอเตอร์ หรือสายมอเตอร์ต่อไม่ถูกต้อง
🔴 3 ครั้ง Over Voltage แรงดันไฟฟ้าขาเข้าสูงเกินกำหนด
🔴 4 ครั้ง Under Voltage แรงดันไฟฟ้าขาเข้าต่ำเกินกำหนด
🔴 5 ครั้ง Tracking Error ตำแหน่งมอเตอร์คลาดเคลื่อนจากคำสั่งเกินค่าที่กำหนด

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

เฉพาะลูกค้าที่เข้าสู่ระบบ และเคยซื้อสินค้าชิ้นนี้แล้วเท่านั้น ที่เขียนบทวิจารณ์ได้

คุณอาจจะชื่นชอบ…