คำอธิบาย
ไดรเวอร์มอเตอร์สเต็ปเปอร์ 2 เฟสระบบ Closed Loop รับสัญญาณ Encoder เพื่อตรวจสอบตำแหน่ง ลดปัญหามอเตอร์หลุดสเต็ป และเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมเครื่องจักร
คุณสมบัติเด่น
- รองรับมอเตอร์ Closed Loop NEMA34
- รับสัญญาณ Encoder Feedback
- กระแสขับปรับได้สูงสุด 8A
- รองรับ Pulse/Direction และ CW/CCW
สเปกสินค้า (Specifications)
- ยี่ห้อ: HANPOSE
- รุ่น: CL86
- ประเภท: Closed Loop Stepper Motor Driver
- มอเตอร์ที่รองรับ: NEMA34 แบบ 2 เฟส พร้อม Encoder
- มุมสเต็ปมอเตอร์: 1.8°
- แรงดันไฟเข้า: 18–110VDC
- กระแสขับ: ปรับได้สูงสุด 8A
- กระแสมอเตอร์ที่ระบุ: 1.7A
- ความละเอียด Microstep: สูงสุด 51,200 Pulse/รอบ
- ความถี่ Pulse สูงสุด: 200kHz
- สัญญาณควบคุม: PUL, DIR และ ENA
- พอร์ตสื่อสาร: RS232
- น้ำหนัก: ประมาณ 450g
อินเตอร์เฟซและการเดินสาย Interface and wiring
มีวิธีการเชื่อมต่อสัญญาณอินพุต 2 วิธี ได้แก่ การเชื่อมต่อแบบขั้วบวก (Common-anode) และ การเชื่อมต่อแบบขั้วลบ (Common-cathode) โดยผู้ใช้สามารถเลือกใช้ตามความต้องการ

- PUL (Pulse Signal): สัญญาณพัลส์สามารถใช้แรงดันไฟฟ้าระหว่าง 3.3V ถึง 24V ได้ การทำงานจะมีผลเมื่อสัญญาณเปลี่ยนจาก สูงไปต่ำ และต้องมีความกว้างของพัลส์ไม่น้อยกว่า 2.5 ไมโครวินาที (uS)
- DIR (Directional Signal): สัญญาณทิศทางสามารถใช้แรงดันไฟฟ้าระหว่าง 3.3V ถึง 24V เพื่อเปลี่ยนทิศทางการหมุนของมอเตอร์ การทำงานจะมีผลเมื่อสัญญาณเปลี่ยนจาก สูงไปต่ำ และต้องมีความกว้างของพัลส์ไม่น้อยกว่า 2.5 ไมโครวินาที (uS)
- EN (Enable Signal): สัญญาณเปิดใช้งานสามารถใช้แรงดันไฟฟ้าระหว่าง 3.3V ถึง 24V โดยเมื่อสัญญาณเป็น ระดับต่ำ (Low Level) ระบบจะ ปิดกระแสของขดลวดมอเตอร์ ทำให้มอเตอร์อยู่ในสถานะอิสระ และล้างสัญญาณแจ้งเตือน (Alarm Signal)
Wiring Dimension

Dip Switch Setting
ข้อกำหนดในการเดินสายไฟ
- ป้องกันสัญญาณรบกวน – ควรใช้สายสัญญาณแบบมีชิลด์ (Shielding Cable) สำหรับสัญญาณควบคุม
- การแยกสายสัญญาณ –สายสัญญาณพัลส์ (Pulse) และ สายมอเตอร์ แยกเป็นคนละชุดหรือไม่ควรให้อยู่ใกล้กัน เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนจากมอเตอร์ที่อาจส่งผลให้ตำแหน่งของมอเตอร์ผิดพลาด และทำให้ระบบไม่เสถียร
- ห้ามถอดขั้วจ่ายไฟของไดรฟ์ขณะใช้งาน – เมื่อมอเตอร์หยุดทำงาน ยังมีกระแสไฟไหลผ่านขดลวด หากถอดขั้วจ่ายไฟทันที อาจเกิดแรงดันย้อนกลับสูง (Instantaneous Induced EMF) ซึ่งอาจทำให้ไดรฟ์เสียหายได้
- ห้ามใช้ตะกั่วบัดกรีที่ปลายสายไฟก่อนเข้าขั้วต่อ – การใช้ตะกั่วบัดกรีอาจทำให้เกิด ความต้านทานสัมผัสสูง ซึ่งอาจทำให้ขั้วต่อเสียหาย
การนำไปใช้งาน
- เครื่อง CNC Router
- เครื่องเลเซอร์และเครื่องแกะสลัก
- เครื่องบรรจุภัณฑ์อัตโนมัติ
- เครื่องพิมพ์และเครื่องตัดอัตโนมัติ
- เครื่องหยิบจับชิ้นงาน (Pick & Place)
- ระบบสายพานลำเลียง
- เครื่องจักรอุตสาหกรรมที่ใช้มอเตอร์ NEMA23 Closed-Loop
- ระบบ Motion Control และ Automation
ในชุดประกอบด้วย
- ไดรเวอร์สเต็ปเปอร์มอเตอร์ Hanpose CL86 จำนวน 1 ตัว
ปัญหาที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข
| อาการ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | วิธีแก้ไข |
|---|---|---|
| มอเตอร์ไม่หมุน | ไม่มีไฟเลี้ยงเข้าระบบ | ตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟให้อยู่ในช่วงแรงดันที่กำหนด |
| – | – | |
| ไดรเวอร์อยู่ในสถานะป้องกัน (Protection) | ตรวจสอบและแก้ไขสาเหตุของความผิดปกติ จากนั้นรีสตาร์ทไดรเวอร์ | |
| สัญญาณ Enable (ENA) อยู่ในระดับต่ำหรือไม่ได้ต่อสาย | ตรวจสอบและเชื่อมต่อสัญญาณ Enable ให้ถูกต้อง | |
| ปัญหาที่สัญญาณควบคุม (Pulse/Direction) | ตรวจสอบความถี่และความกว้างของสัญญาณควบคุม หากเริ่มต้นที่ความเร็วสูงเกินไป ควรใช้การเร่งความเร็ว (Acceleration) อย่างเหมาะสม | |
| มอเตอร์หมุนผิดทิศทาง | ต่อสายเฟสมอเตอร์ผิด | สลับสายของเฟสเดียวกัน เช่น A+ กับ A− หรือ B+ กับ B− |
| สายมอเตอร์ขาดหรือวงจรเปิด | ตรวจสอบสายมอเตอร์และแก้ไขการเชื่อมต่อ | |
| ไฟ Alarm ติดค้าง | ต่อสายมอเตอร์ผิด | ตรวจสอบการเดินสายมอเตอร์ |
| แรงดันไฟฟ้าสูงเกินไป หรืออุณหภูมิสูงเกินกำหนด | ตรวจสอบแรงดันไฟเลี้ยง และปล่อยให้ไดรเวอร์เย็นลงก่อนใช้งาน | |
| มอเตอร์หรือไดรเวอร์เสียหาย | เปลี่ยนมอเตอร์หรือไดรเวอร์ใหม่ | |
| ตำแหน่งคลาดเคลื่อน (Position Error) | สัญญาณรบกวน (Noise) | ลดสัญญาณรบกวน ใช้สาย Shield และต่อกราวด์ให้ถูกต้อง |
| ต่อสายกราวด์ไม่ถูกต้อง หรือไม่มีกราวด์ | ติดตั้งระบบกราวด์ที่มีประสิทธิภาพ | |
| มอเตอร์สะดุด หยุดหมุน หรือสูญเสียสเต็ป (Lost Step) | ตั้งค่า Microstep (Subdivision) ไม่ถูกต้อง | ตั้งค่า Microstep ให้เหมาะสม |
| สัญญาณควบคุมไม่เป็นไปตามข้อกำหนด | ตรวจสอบ Timing ของสัญญาณ Pulse และ Direction | |
| แรงบิดมอเตอร์ไม่เพียงพอ | เลือกใช้มอเตอร์ที่มีแรงบิดสูงขึ้น | |
| แรงดันไฟเลี้ยงต่ำ หรือกระแสไม่เพียงพอ | เพิ่มแรงดันไฟเลี้ยง หรือปรับค่ากระแสของไดรเวอร์ให้สูงขึ้น |
ขั้นตอนการตรวจสอบเบื้องต้น
- ตรวจสอบไฟเลี้ยงของไดรเวอร์
- ตรวจสอบการต่อสายมอเตอร์ (A+, A−, B+, B−)
- ตรวจสอบสัญญาณ PUL, DIR และ ENA
- ตรวจสอบการต่อกราวด์และสาย Shield
- หากยังไม่สามารถแก้ไขได้ ให้ทดลองเปลี่ยนมอเตอร์หรือไดรเวอร์เพื่อแยกหาสาเหตุของปัญหา
คำแนะนำ: ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการต่อสายมอเตอร์ผิด การตั้งค่ากระแสไม่เหมาะสม หรือการเร่งความเร็วสูงเกินไปในขณะเริ่มหมุน ซึ่งควรตรวจสอบ 3 จุดนี้เป็นอันดับแรกก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่.
คู่มือวิเคราะห์สถานะไฟ LED ของไดรเวอร์มอเตอร์
ไฟแสดงสถานะ (LED Indicator) บนไดรเวอร์มอเตอร์สามารถใช้ตรวจสอบสภาวะการทำงานและวิเคราะห์ปัญหาเบื้องต้นได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
| สถานะไฟ LED | ความหมาย | สถานะมอเตอร์ |
|---|---|---|
| 🟢 ไฟสีเขียวกระพริบ | ไดรเวอร์ทำงานปกติ แต่ยังไม่ได้รับสัญญาณพัลส์ (No Pulse Signal) | มอเตอร์หยุดทำงาน (Motor Stop) |
| 🟢 ไฟสีเขียวสว่างค้าง | ไดรเวอร์ได้รับสัญญาณพัลส์และกำลังสั่งงานมอเตอร์ | มอเตอร์กำลังหมุน (Motor Running) |
| 🟢 1 ครั้ง + 🔴 กระพริบตามจำนวนครั้ง |
รหัสแจ้งเตือน (Alarm Code)
เมื่อไฟสีเขียวกระพริบ 1 ครั้ง สลับกับไฟสีแดงกระพริบ ให้สังเกตจำนวนครั้งของไฟสีแดงเพื่อระบุสาเหตุของปัญหา
| จำนวนครั้งไฟแดง | Alarm Code | สาเหตุ |
|---|---|---|
| 🔴 1 ครั้ง | Over Current / Short Circuit | กระแสไฟเกิน หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร |
| 🔴 2 ครั้ง | Open Motor Phase | ไม่พบการเชื่อมต่อมอเตอร์ หรือสายมอเตอร์ต่อไม่ถูกต้อง |
| 🔴 3 ครั้ง | Over Voltage | แรงดันไฟฟ้าขาเข้าสูงเกินกำหนด |
| 🔴 4 ครั้ง | Under Voltage | แรงดันไฟฟ้าขาเข้าต่ำเกินกำหนด |
| 🔴 5 ครั้ง | Tracking Error | ตำแหน่งมอเตอร์คลาดเคลื่อนจากคำสั่งเกินค่าที่กำหนด |






รีวิว
ยังไม่มีบทวิจารณ์